Showing posts with label Galaxy. Show all posts
Showing posts with label Galaxy. Show all posts

Thursday, 1 April 2021

NGC4490, NGC4485 Cocoon Nebula





ในฤดูร้อนกลุ่มดาวหมีใหญ่หรือจระเข้ขึ้นสูงทางทิศเหนือตั้งแต่หัวค่ำ ทางทิศใต้ของหางหมี มีดาวดวงหนึ่งที่สว่างจนมองเห็นได้จากชานเมืองกรุงเทพอย่างบางพลี “คอร์ คาโรลิ” ดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวคาเนส เวแนตติซายหรือหมาล่าเนื้อ

กลุ่มดาวหมาล่าเนื้อมีดาวสว่างที่พอมองเห็นแค่สองดวง เปรียบเป็นหมาสองตัวของคนเลี้ยงสัตว์ “บูเตส”

คาเนส เวแนทติซายเป็นกลุ่มดาวที่ได้รับการตั้งขึ้นเมื่อปี 1687 โดยโยฮานเนส เฮฟวิเลียสนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นนักดาราศาสตร์ด้วยชาวโปแลนด์ ถึงจะเป็นกลุ่มดาวเล็กๆแต่พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยแกแลกซี่ที่น่าสนใจจำนวนมาก

หนึ่งในนั้นก็คือ โคคูนแกแลกซี่ - NGC4490, NGC4485 ที่ห่างจากดาว “ชาร่า” ดาวดวงรองของกลุ่มไปราวครึ่งองศาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

โคคูนน่าสนใจก็เพราะเป็นกาแลกซี่สองตัวที่ผ่านการชนกันมาแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเคลื่อนที่ห่างออกจากกัน สิ่งที่เรามองเห็นก็คือ กาแลกซี่ที่ทรงรีที่โดนบิดและดึงด้วยแรงโน้มถ่วงจากอีกฝ่าย

ที่สำคัญเราสามารถมองเห็นรูปร่างที่ผิดปกติได้จากกล้องดูดาว

โคคูนกาแลกซี่มีผมมองเห็น มีรูปร่างเหมือนวงรีที่ถูกจับมาบิดให้โค้งและเรียวลงฝั่งหนึ่ง เป็นกาแลกซี่ที่รูปร่างแปลกที่สุดที่เคยเห็นตัวนี้คือ NGC4490 และมีแกแลกซี่อีกตัวใกล้ปลายที่โค้งเรียวลงมา ตัวนี้คือ NGC4485

NGC4490 สว่างไม่ยากนัก มีรายงานว่ามองเห็นได้จากกล้องสองตาด้วยซ้ำไป แต่ NGC4485 นี่จะยากขึ้นมาก
ผมว่ากล้องดูดาวต้องราว 8” ขึ้นไปและฟ้าต้องดีพอจึงจะเห็นทั้งคู่





ข้อมูลทั่วไป

Catalog number: NGC4490, NGC4485 Cocoon Galaxy
Type: Spiral Galaxy
Constellation: Canes Venatici
Visual Magnitude: +9.31
Apparent Size: 6.8x1.7’
Distance: 30Mly

Coordinates
R.A. 12h 31m 31.41s
Dec. +41° 32’ 21.4”

Thursday, 26 November 2020

NGC253 อีกครั้ง

 


ภาพสเก็ทช์ NGC253
เทคนิคดินสอดำบนกระดาษขาวแล้วกลับค่าสีด้วยคอมพิวเตอร์


เดือนมืดที่ผ่านมา ได้แวะไปชม NGC253 แกแลกซี่ต่างกลุ่มที่อยู่ใกล้เรามากที่สุดอีกรอบ คราวนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะดูด้วย Takahashi Mewlon 210 ที่ภูสวนทราย ที่นี่ฟ้ามืดมากแต่ก็ชื้นมาก แต่สำหรับ Visual Observer ความชื้นไม่น่ากลัวเท่ากับ Haze

กาแลกซี่เป็นออบเจคที่ไวต่อหมอกควัน (haze) และ light pollution มาก ฟิลเตอร์ต่างๆก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น แต่หากได้ฟ้าที่มืดสนิทดี มีคอนทราสดี กาแลกซี่จะเป็นออบเจคที่ดูที่สุดประเภทหนึ่ง มีรายละเอียดมากจนคาดไม่ถึง

Mewlon 210 มีทางยาวโฟกัส 2415 มม เรียกว่าค่อนข้างยาว กล้องเล็งแบบตรงที่ติดมาทำหน้าที่เป็นมือจับไปด้วยในตัว แต่ก็เป็นข้อเสียที่เปลี่ยนไม่ได้ ทำให้ไม่เหมาะกับการฮอบนัก สิ่งที่มีชื่อเสียงมากของ Mewlon ก็คือ Contrast ที่ดีมาก จากที่เห็นก็สมคำลำลือ เหมาะกับ Visual Astronomy อย่างยิ่ง

ภาพนี้ผมสเก็ทช์ที่กำลังขยายต่ำที่สุดที่มีคือ 80 เท่า ที่นี่แม้จะชื้น แต่ NGC253 ก็สว่างมาก ท้องฟ้าเป็นสีดำสนิท ถึงจะเป็นจ้ำเล็กน้อยเพราะอากาศชื้น แต่คอนทราสก็ดีมากจนขับรายละเอียดของใจกลางกาแลกซี่ออกมาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เปรียบเทียบสิ่งที่เห็นจากกล้องดูดาวคนละตัวและต่างสถานที่
[คลิกภาพเพื่อขยาย]

ผมเคยดู 253 หรือ สตรับเจอร์มาหลายครั้งมีสเก็ทช์ที่เคยดูจากกล้องดูดาวต่างกัน ต่างสถานที่มาให้เปรียบเทียบว่ามองเห็นเป็นอย่างไร ภาพที่ได้รายละเอียดน้อยที่สุดก็เป็น Borg 101 ED กล้องดูดาวหักเหแสงขนาด 4” ED ที่มองเห็นแค่เป็นขีด ใจกลางสว่าง ไม่มีรายละเอียด

ส่วน GSO 8” ภาพนี้ดูที่บ้านหมี่ ฟ้าสว่างเทียบไม่ได้กับภูสวนทรายแต่ก็นับว่าพอมีรายละเอียดเล็กน้อย เรียกว่าดีทีเดียวครับ

อ่านเรื่องราวของ NGC253 เพิ่มเติมจาก [โพสต์เก่า] ครับ

Thursday, 2 July 2020

Messier 87 : Virgo A





เมื่อปีที่แล้วนักดาราศาสตร์เผยภาพหลุมดำเป็นครั้งแรก หากยังจำกันได้เป็นภาพหลุมดำในกาแลกซี่วงรี “แมสซายเออร์ 87” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Virgo A” หรือ “3C 274” ที่เป็นแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุกำลังแรงที่พุ่งมาจากหลุมดำที่ถ่ายรูปมาได้นั่นเอง

เอ็ม 87 เป็นกาแลกซี่วงรีขนาดใหญ่และสว่างที่สุดในกระจุกกาแลกซี่เวอร์โก้ มีรูปร่างเกือบกลม ค้นพบโดยแมสซายเออร์ในปี 1781

เรื่องที่น่าสนใจนอกจากขนาดที่ใหญ่มากแล้ว ยังพบว่ามีกระจุกดาวทรงกลมโคจรเป็นบริวารโดยรอบมากกว่า 12,000 ดวง เทียบกับทางช้างเผือกของเราที่มีราว 150-200 ดวงเท่านั้นเอง

กาแลกซี่ตัวนี้สว่างจนมองเห็นได้จากบางพลีด้วยกล้องดูดาวขนาด 4” ใจกลางสว่าง มองเห็นขอบเขตฟุ้งออกไปโดยรอบขนาดใหญ่พอสมควรด้วยการมองเหลือบ นับว่าเกินความคาดหมาย

ตำแหน่งของเอ็ม 87 อยู่กลางทางระหว่างดาวแอพซิลอนเวอร์จินิสกับหางสิงโต-เดเนบโบล่า บริเวณนั้นเป็นดงกาแลกซี่ ต้องเทียบดาวที่เห็นกับแผนที่ให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจดูผิดตัวได้

จากเอ็ม 87 ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 1 องศามีกลุ่มของกาแลกซี่เกือบ 10 ตัวที่เรียงตัวเป็นเส้นโค้งที่เรียกว่า “มาร์คาเรี่ยนเชน” เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจยิ่งสำหรับนักดูดาว

ใครอยากเห็นก็ต้องอาศัยฟ้าที่ดีและกล้องดูดาวที่ให้มุมกว้างสักหน่อย ขนาดมุมมองสักสามองศากำลังดี เพราะทั้งวงของมาร์คาเรี่ยนเชนกว้างราว 2 องศา


มุมกว้าง



ละเอียด

ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: Messier87, NGC4486
Type: SElliptical Galaxy
Constellation: Vergo
Visual Magnitude: +8.68
Apparent Size: 7.1x6.6’
Distance: 55 Mly
Coordinates


R.A. 12h 31m 57.96s
Dec. -12° 16’ 48.9”


อ้างอิง

SkySafari

Celestial Handbook

Thursday, 18 June 2020

Messier 83 : Southern Pinwheel


แมสซายเออร์ 83 มีจุดสังเกตคือดาวจางสามดวงที่เรียงเป็นแถวทางทิศใต้
เอ็ม83 จะอยู่บนดวงกลางพอดี


ค่ำวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ที่บางพลีอากาศดี ใสกระจ่าง ไร้เงาจากจันทร์บนพื้น ลมโชยเป็นระยะ ท้องฟ้าฝั่งทะเลทางทิศใต้ไร้เมฆแม้สักน้อย เสียแต่ว่ายุงเยอะเป็นพิเศษเหตุจากฝนที่ตกต่อเนื่องกันมาเป็นสัปดาห์ ต้องอาศัยยากันยุงและพัดลมเป็นตัวช่วย

เซ็นทอรัสหรือคนครึ่งม้ามองเห็นได้เต็มตัวเหนือหลังคาบ้านตรงข้าม สูงขึ้นไปเป็นหางของงูไฮดร้า-กลุ่มดาวที่มีพื้นที่มากที่สุดบนฟ้า บริเวณเขตติดต่อระหว่างเซ็นทอร์กับไฮดร้ามีกาแลกซี่ที่สว่างที่สุดตัวหนึ่งในท้องฟ้าใต้ “แมสซายเออร์ 83” หรือ Sourthern Pinwheel ที่ได้ชื่อนี้เพราะ ได้มาจากลักษณะที่ดูคล้ายเอ็ม101 หรือ Pinwheel Galaxy ตรงหางของหมีใหญ่

แม้ท้องฟ้าใส แต่ด้วยมลภาวะทางแสงที่สูง ทำให้ชานเมืองหลวงยังไม่ดีพอที่จะมองเห็นเอ็ม 83 ผ่านกล้องสองตา สำหรับใครที่อยู่ไกลจากตัวเมืองผมชวนให้หยิบกล้องสองตาออกมาลอง วิธีการฮอบจะเริ่มจากทางไฮดราหรือเซ็นทอร์ก็ได้ แต่วันนี้ผมขอเริ่มข้อศอกข้างซ้ายของเซ็นทอร์หรือดาว “อิโอต้า เซ็นทอรี่” เพราะมองเห็นชัดเจนดี เอ็ม 83 จะห่างออกไปราว 3องศาครึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ ดาว“ไอ เซ็นทอรี่”

กาแลกซี่เป็นหนึ่งในออบเจคที่ดูยาก ตาของเราต้องปรับมาเป็นอย่างดี หากมองไม่เห็นให้ใจเย็น รอ หรือเพิ่มกำลังขยาย เมื่อเราดูไปสักพัก แสงจางที่เดินทางมาไกลแสนไกลจะปรากฎให้เห็นเอง หากมีแสงสว่างรบกวนรอบพื้นที่ดูดาว ต้องหาทางกันแสงไม่ให้เข้าตา หรืออาจใช้ผ้าทึบแสงมาคลุมหัวเราไว้จะช่วยได้มาก

เอ็ม 83 เริ่มมองเห็นใน Borg 4” ที่กำลังขยาย 85เท่า เมื่อแรกดูเป็นฝ้ากลมจางขนาดราว 4-5 อาร์คมินิตด้วยวิธีมองเหลือบ สักพักเริ่มเห็นจุดสว่างที่ใจกลาง เวลาผ่านไปอีกจึงเห็นว่าจุดสว่างที่ใจกลางมีลักษณะเป็นแท่งหนายาวฟุ้งวางตามแนวตะวันออกเฉียงเหนือไปตะวันตกเฉียงใต้ ไม่พบแขนกังหัน แต่แค่นี้ก็เกินความคาดหมายไปมาก

หากอยู่ในที่ๆเหมาะสมหรือใช้กล้องดูดาวตัวใหญ่กว่านี้ ควรจะมองเห็นแขนกังหันทางเหนือและใต้เมื่อรวมกับส่วนประกอบอื่นจะเกิดภาพตัวอักษร “S” กลับด้าน มีรายงานว่ามองเห็นปมแสงตามจุดต่างๆในกาแลกซี่อีกด้วย สำหรับคนตาผีอาจมองเห็นเอ็ม 83 ได้ด้วยตาเปล่า!

กาแลกซี่กังหันแบบมีบาร์ตัวนี้ค้นพบโดยนิโคลาส หลุยส์ เดอ ลาแซลล์ที่แหลมกูดโฮบในปี 1752 ชาลล์ แมสซายเออร์ให้หมายเลข 83 ในปี 1981 และบันทึกไว้ว่าลาแซลล์เป็นผู้ค้นพบ

เอ็ม 83 ห่างออกไป 16 ล้านปีแสง เป็นเจ้าของสถิติการเกิดซุปเปอร์โนว่ามากที่สุดมาหลายสิบปีคือ 6 ครั้ง เพิ่งจะโดนล้มแชมป์ไปโดย NGC6546 ในกลุ่มดาวหงส์ที่ปัจจุบันพบถึง 9 ครั้งจนได้ชื่อว่า “Firework Galaxy” ช่างเหมาะจริงๆ




ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: Messier83, NGC5236
Type: Spiral Galaxy
Constellation: Hydra
Visual Magnitude: +7.15
Apparent Size: 13.5x13.2’
Distance: 16 Mly

Coordinates
R.A. 13h 38m 09.04s
Dec. -29° 58’ 02.3”

อ้างอิง
Robert Burnham, Burnham’s Celestial Handbook
SkySafari
Stephen O’Mera, Messier Objects

Friday, 12 June 2020

Messier 64 : Black-Eye Galaxy




แมสซายเออร์ 64 หรือ Black-Eye เป็นดาราจักรแบบแขนกังหัน Sb ที่มี Feature น่าสนใจคือแถบฝุ่นขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออกไปถึงทิศเหนือใกล้ใจกลาง ทำให้ดาราจักรตัวนี้ดูคล้ายดวงตาที่เหลือบมองต่ำ มีเปลือกตาปิดลงมาครึ่งหนึ่งคล้ายพระเนตรของพระพุทธรูปที่มองเห็นตาดำอยู่เล็กน้อย ลองดูภาพที่คุณกีรติหนึ่งในแอดมินเคยถ่ายไว้ [คลิ๊ก]

ดาราจักรตัวนี้อยู่ในกลุ่มดาวผมของเบเรนิซเป็นบริเวณที่มีดาราจักรหนาแน่นที่สุดจุดหนึ่งบนฟ้า ผมของเบเรนิซเป็นกลุ่มดาวจางๆ มีกระจุกดาวขนาดใหญ่ที่ใกล้โลกที่สุดตัวหนึ่งชื่อว่า “เมลล๊อตต์111” ในที่ๆมืดสนิทกระจุกดาวตัวนี้จะระยิบระยับส่องประกายงามจนลืมหายใจเมื่อดูด้วยตาเปล่า

การหาตำแหน่งเอ็ม 64 เป็นความยากขึ้นมาอีกขั้นเพราะกลุ่มดาวผมของเบเรนิซค่อนข้างจาง อันดับแรกเราต้องหาตำแหน่งของ “อัลฟ่าโคเม่เบเรนิซ” เสียก่อน ดาวสว่างแมกนิจูด 4 ดวงนี้อยู่ครึ่งทางระหว่างอาร์คตุรุสกับเดเนบโบล่า(หางสิงโต)

เมื่อยืนยันตำแหน่งอัลฟ่าโคเม่เบเรนิซได้แล้ว ก่อนที่จะไปต่อลองแวะชมเอ็ม 53 ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไม่ถึงหนึ่งองศาของอัลฟ่า เอ็ม53 ต้องอาศัยกำลังขยายกลางถึงสูงเป็นกระจุกดาวทรงกลมที่งามไม่แพ้ใคร

จากอัลฟ่าโคเม่เบเรนิซให้ไปที่ 35 โคเม่ดาวดวงนี้ห่างออกไป 5 องศาครึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอัลฟ่า จาก 35 แค่องศาครึ่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือก็เป็นเอ็ม64

ภาพจากกล้องหักเหแสง 4 นิ้วของผมมองเห็นเป็นปื้นของแสงสว่างทรงรี ที่กำลังขยายปานกลางมองเห็นแสงสว่างทางทิศใต้เป็นแนวยาว คาดว่าเป็นใจกลางและแขนกังหัน แต่มองไม่เห็นแถบฝุ่นทางทิศเหนือของใจกลางดาราจักรที่น่าจะต้องใช้กล้องดูดาวขนาด 8 นิ้วขึ้นไปสำหรับท้องฟ้าระดับปานกลางและสายตาที่ปรับมาอย่างดีแล้ว

Edward Pigott เป็นคนแรกที่ค้นพบในวันที่ 23 มีนาคม 1779 ส่วน Messier ได้พบวัตถุชิ้นนี้แล้วก็ระบุเป็นหมายเลข 64 ในปี 1780 ส่วนผู้ที่พบแถบฝุ่นอันเป็นเครื่องหมายการค้าของดาราจักรตัวนี้คือ William Herschel

มีรายงานจากหลายแหล่งว่าเอ็ม 64 สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องสองตาครับ




ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: Messier 64, NGC4826
Type: Spiral Galaxy 
Constellation: Vergo
Visual Magnitude: +8.38
Apparent Size: 10.5x5.3’
Distance: 4.4 Mly
Coordinates
R.A. 12h 57m 42.85s
Dec. +21° 34’ 24.8”

อ้างอิง 
Robert Burnham, Burnham’s Celestial Handbook 
SkySafari 
Stephen O’Mera, Messier Objects

Thursday, 21 May 2020

Messier 106





เวลาเราดูกาแลกซี่ผ่านกล้องดูดาว ส่วนมากจะมีลักษณะเป็นฝ้ารีหรือกลม บางตัวมีใจกลางที่สว่างกว่าด้านนอก มีไม่กี่ตัวที่มองเห็นลักษณะโครงสร้างแปลกๆของกาแลกซี่ได้ หนึ่งในนั้นคือเอ็ม 106 กาแลกซี่มีขนาดจริงใกล้เคียงกับแอนโดรเมด้าแต่ไกลว่า 10 เท่า

ดาราจักรตัวนี้ค้นพบโดยเมอร์แชนท์ผู้ช่วยของแมสซายเออร์เมื่อปี 1947 แต่เพิ่งจะได้รับการเพิ่มเข้าไปในแมสซายเออร์แคตตาลอคโดย เฮเลน ฮอกก์ เมื่อปี 1947 นี่เอง

เอ็ม106 อยู่ในกลุ่มดาวสุนัขล่าเนื้อ ครึ่งทางระหว่างดาวที่เป็นมุมของก้นกระบวยหรือแกมม่า (γ) เออร์ซ่าเมเจอริสกับเบต้า (β) คานุม เวอแนตติโครุมพอดี ดาว γ UMa สว่างมองเห็นได้แม้จากชานเมือง จะเริ่มฮอบจากด้านนี้ก็ได้หากมองไม่เห็น β CVn

ภาพที่เห็นจากกล้องสะท้อนแสง 8 นิ้วในคืนที่ฟ้าขุ่น ยังพอมองเห็นที่กำลังขยาย 56 เท่าด้วยการมองเหลือบแต่ก็จางและดูยาก ภาพที่พอจับได้ดูแปลกกว่าดาราจักรตัวอื่น มีใจกลางที่หนาและสว่างมีแขนออกไปสองข้างทางทิศเหนือและใต้ การวางตัวของแขนทั้งสองเยี้องกันทำให้ดูเหมือนตัวอักษร S 

ภาพที่เห็นทำให้เอ็ม106 เป็นดาราจักรที่ดูแปลกตาและน่าสนใจมากทีเดียว ใครมีกล้องดูดาวไม่ควรข้าม แต่ต้องอาศัยฟ้าที่ดีสักหน่อยจึงจะดึงรายละเอียดออกมาได้


คลิกภาพเพื่อขยาย



ข้อมูลทั่วไป

Catalog number: Messier 106
Type: Spiral Galaxy
Constellation: Canes Venatici
Visual Magnitude: +8.43
Apparent Size: 17’x7.2’
Distance: 25 Mly


Coordinates
R.A. 12h 19m 53.35s
Dec. +47° 11’ 55.7”


Thursday, 14 May 2020

Messier104 : Sombrero Galaxy



ภาพสเก็ทช์ซอมเบรโล่กาแลกซี่ จากกล้องสะท้อนแสง 8" ที่กำลังขยาย 110 เท่า


อาทิตย์สองอาทิตย์นี้หากฟ้าเปิด เอ็ม104 หรือดาราจักรซอมเบรโร่จะอยู่ในตำแหน่งสูงสุดราวสามทุ่มทางฟ้าใต้พอดี ดาราจักรตัวนี้อยู่ตรงเขตติดต่อระหว่างกลุ่มดาวเวอร์โก้กับคอร์วัส และไม่ไกลจากดาวสไปก้านัก

แนะนำว่าควรใช้กล้องดูดาวขนาด 8 นิ้วขึ้นไปจะดูง่ายและสวยกว่า เราเริ่มฮอบจากดาวเดลต้า คอร์วี (δ Crv)ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5องศาครึ่ง ฮอบไม่ยากนักเพราะมีดาวเรียงช่วยนำทางถึงสองจุด มองเห็นชัดเจนในกล้องเล็ง กลุ่มดาวคอร์วัสที่ดาวสี่ดวงเรียงตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมสว่างพอสมควรทีเดียว มองเห็นได้ชัดเจนจากบางพลี

เอ็ม104 ค้นพบโดยปิแอร์ เมอร์แชนท์ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยของแมสซายเออร์ในปี 1767 แต่ไม่ได้ถูกรวมไว้ในรายชื่อแมสซายเออร์ออบเจคที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1771 เพิ่งจะได้รับการเพิ่มเข้าไปอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1926 โดย Camille Flammarion ผู้พบบันทึกส่วนตัวของ Messier ที่กล่าวถึง Object นี้ว่า "Very faint nebula"


ซอมเบรโล่กาแลกซี่จากกล้องหักเหแสง 4" ที่ 38 เท่าที่บางพลี เล็กและจางมาก แต่มุมมองกว้างกว่ามาก
หากเพิ่มกำลังขยายอีกจะมองไม่เห็น สังเกตุดาวสามดวงเรียงเป็นเส้นตรงจะชี้ไปที่ M104 พอดี

ผมดูครั้งแรกเมื่อปลายปี2009 ที่บางพลีด้วยกล้องดูดาวหักเหแสง 4” ที่กำลังขยาย 40 เท่าต้องใช้มองเห็นเป็นขีดจางและเล็กมาก ต้องใช้วิธีมองเหลือบขอบทางเหนือโค้งเล็กน้อยส่วนทางใต้เรียบตัดเป็นเส้นตรงและมีจุดสว่างกลางขอบที่ตัดเรียบพอดี และมีดาวสว่างสามดวงเรียงเป็นเส้นตรงช่วยชี้ตำแหน่งของ เอ็ม104

ครั้งที่สองผมดูด้วยกล้องสะท้อนแสงขนาด 8 นิ้วที่หอดูดาว TJ อำเภอบ้านหมี่เมื่อต้นเดือนมีนาคมปี 2019 ฟ้าเปิดแต่ก็มีฝุ่นควันรอบด้าน บริเวณกลุ่มดาวคอร์วัสฟ้ายังดูดีหน่อย เอ็ม104 ที่กำลังขยาย 110 เท่าสว่างกว่าคิดมาก

แรกเริ่มผมมองเห็นเป็นแสงฟุ้งรูปทรงรีปลายแหลม เมื่อดูไปสักพักเริ่มมองเห็นรายละเอียดมากขึ้น มีจุดสว่างตรงกลาง โดมแสงฝั่งเหนือสว่างและใหญ่กว่าฝั่งใต้ ปลายสองข้างโค้งเล็กน้อยมาทางเหนือ โดมแสงฝั่งทางทิศใต้จางกว่า

คืนนั้นผมมองไม่เห็นแถบมืดที่แบ่งกาแลกซี่ออกเป็นซีกเหนือและใต้ แถบมืดอันนี้นี่เองทำให้เอ็ม104 ได้ชื่อว่า “ซอมเบรโล่” หรือ “Sombrero” ซึ่งชื่อเรียกหมวกปีกของชาวเม็กซิกัน



คลิกภาพเพื่อขยาย


ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: Messier104, NGC4594
Type: Spiral Galaxy
Constellation: Vergo
Visual Magnitude: +8.17
Apparent Size: 8.5x4.9’
Distance: 28 Mly

Coordinates
R.A. 12h 40m 58.48s
Dec. -11° 43’ 35.4”

Tuesday, 10 March 2020

NGC253 : Sculpture Galaxy




วัตถุทุกชนิดต่างก็มีแรงดึงดูดเข้าหากันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมวล มนุษย์ อากาศ ดิน ดาวเทียม ดวงจันทร์ ต่างก็อยู่ใต้แรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงของโลก โลกกับดาวเคราะห์ทั้งหมดก็อยู่ใต้แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ ทำให้โคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่ลอยออกไปไหน

ดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ทุกดวงที่เราเห็นต่างก็โคจรไปรอบแรงดึงดูดของหลุมดำขนาดยักษ์ที่ใจกลางทางช้างเผือก และยังไม่จบแค่นั้น ดาราจักรทางช้างเผือกและกาแลกซี่ใกล้เคียงคือ ดาราจักรแอนโดรเมด้า ดาราจักรไทรแองกูลั่ม และอีกกว่า 50 ดาราจักรต่างก็ดึงดูดซึ่งกันและกัน โคจรรอบจุดศูนย์กลางมวลร่วมกัน

กลุ่มดาราจักรที่เราอยู่ด้วยนี้เรียกว่า “กลุ่มดาราจักรท้องถิ่น” และกลุ่มดาราจักรก็ไม่ได้มีแค่กลุ่มท้องถิ่นกลุ่มเดียว ยังมีอีกหลายกลุ่มฃ กลุ่มที่อยู่ใกล้กลุ่มท้องถิ่นของเรามากที่สุดคือ “กลุ่มดาราจักรสครับเจอร์” มี NGC253 เป็นดาราจักรที่สว่างที่สุด

กลุ่มกาแลกซี่ท้องถิ่น (Local Group) และกาแลกซี่ใกล้เคียง
ทางช้างเผือกอยู่ตรงกลาง Cr: Wiki Common [click]

ดาราจักรสครับเจอร์เป็นหนึ่งในดาราจักรที่สว่างและดูง่ายที่สุดตัวหนึ่งบนฟ้า มองเห็นได้จากกล้องสองตาหรือกล้องเล็ง ภาพจากกล้องหักเหแสงสี่นิ้วเหมือนใครเอาชอร์คมาขีดทิ้งไว้ตามแนวทิศตะวันออกไปตะวันตก จุดเริ่มต้นจางแล้วสว่างมากตรงกลางจากนั้นค่อยเบามือจางหายไป ขนาดที่เห็นยาวประมาณครึ่งองศาเท่ากับพระจันทร์เต็มดวง

รายละเอียดของตัวดาราจักรจะเริ่มเปิดเผยมากขึ้นเมื่อดูผ่านกล้องดูดาวขนาด 8 นิ้วขึ้นไป ผมก็เริ่มมองเห็นรายละะเอียดบางอย่างที่ใจกลางเป็นจุดสว่างกระจายทั่วไป ตัวดาราจักรสว่างมากในเลนส์ตา แม้ว่าคุณภาพท้องฟ้าคืนนั้นแค่ปานกลาง มองเห็นดาวจางสุดราวแมกนิจูด 4 กว่า แนะนำให้สังเกตเมื่ออยู่สูงใกล้กลางฟ้าจะดีที่สุด

NGC253 อยู่ใกล้เขตติดต่อระหว่างกลุ่มดาวสครับเจอร์กับซีตัสทางท้องฟ้าซีกใต้ ห่างจากเบต้าเซติไปทางใต้ 7องศาครึ่ง เราเริ่มจากซีตัสเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าเพราะกลุ่มดาวสครับเจอร์จางมองยาก NGC253 ค้นพบโดย คาโรไลน์ เฮอร์เชลระหว่างกวาดหาดาวหางในคืนวันที่ 28 กันยายน 1783 ประมาณกันว่ามีขนาดราว 70,000ปีแสงใกล้เคียงกับทางช้างเผือก

คลิกภาพเพื่อขยาย


Name: Sculpture Galaxy
Catalog Number : NGC253
Type: Spiral Galaxy
Magnitude: 7.07
Dimension: 26.9’x4.6’
Constellation: Sculpture
Distance: 12 Mly

Coordinate:
RA: 00h 48m 30.44s
DEC:-25°10’56.2"

อ้างอิง
Robert Burnham, Burnham’s Celestial Handbook
SkySafari

Thursday, 5 December 2019

Messier 77 : Cetus A




ซีตัสเป็นกลุ่มดาวขนาดใหญ่ที่พาดผ่านเส้นศูนย์สูตรฟ้า ดาวในกลุ่มพอเห็นแต่ไม่ค่อยเด่นทำให้ต้องใช้เวลามองหา ซีตัสเป็นสัตว์ประหลาดลูกผสมที่มีหัวเป็นสัตว์บกและลำตัวกับหางเป็นปลา รูปร่างของกลุ่มดาวมีส่วนหัวและลำตัวแยกจากกันและมีคอที่ออกจะยาวสักหน่อย

บริเวณคอของซีตัสมีดาวสว่างแมกนิจูด 4 ชื่อเดลต้าเซติ (δ Ceti) เด่นอยู่หนึ่งดวง ห่างออกไปแค่หนึ่งองศาทางตะวันออกของเดลต้าเซติก็คือกาแลกซี่ที่แมสซายเออร์ให้หมายเลข 77 ถูกค้นพบเมื่อปี 1780 โดยปิแอร์ เมอร์แชนท์ผู้ช่วยของแมสซายเออร์ ได้รับคำอธิบายที่ยังเป็นข้อกังขาทั้งจากแมสซายเออร์และเฮอร์เชลล์ว่าเป็นกระจุกดาวที่มีเนบูล่า จนกระทั่งในปี 1850 ลอร์ดโรสได้ระบุว่าเป็นกาแลกซี่แบบกังหัน

ลักษณะพิเศษของเอ็ม 77 คือเป็นกาแลกซี่แบบก้นหอยที่มีใจกลางสว่างกว่าปกติประมาณ 100 เท่า นักดาราศาสตร์เรียกกาแลกซี่แบบนี้ว่ากาแลกซี่เซเฟิร์ต ที่เป็นแบบนี้เพราะเอ็ม 77 มีหลุมดำยักษ์เป็นใจกลาง ยืนยันได้จากที่เป็นแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุกำลังค่อนข้างแรง ทำให้เอ็ม 77 รู้จักกันอีกชื่อว่า “ซีตัส เอ” หรือแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุ 3C71

เอ็ม 77 อยู่ใกล้กับเดลต้าเซติทำให้หาตำแหน่งได้ง่าย ในกล้องเล็งจะดูคล้ายดาวที่มีแสงฟุ้งโดยรอบ ภาพที่เห็นทำให้ผมคิดถึงกาแลกซี่เอ็ม 51 หรือ Wirlpool มากเพราะมีดาวอีกดวงหนึ่งอยู่เคียงกัน แต่เมื่อดูผ่านกล้องดูดาวเอ็ม 77 เป็นแสงฟุ้งกลมมีจุดสว่างเหมือนดาวอยู่ตรงกลาง จุดสว่างตรงนิวเคลียสนี้เป็นลักษณะเด่นที่สำคัญพราะมีกาแลกซี่ไม่กี่ตัวที่เห็นจุดสว่างแบบนี้ตรงกลาง อาจเป็นควอซ่าหรือหลุมดำก็ได้

ภาพจากกล้อง 8 นิ้วมองไม่เห็นแขนกังหันทั้ง 3 แขนที่เป็นลักษณะเด่น ต้องอาศัยกล้องดูดาวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่ก็ฟ้าต้องดีกว่านี้ บริเวณที่เห็นได้ในเลนส์ตาจะเป็นชั้นในของกาแลกซี่ที่สว่างเป็นพิเศษ และเป็นดาวเกิดใหม่มีแสงสีฟ้า ส่วนด้านนอกที่เลยออกไปมองไม่เห็นจากกล้องดูดาวจะเป็นดาวที่อายุมากกว่า มีขอบเขตกว้างมาก คาดว่าราว 170,000 ปีแสงทีเดียว


คลิกภาพเพื่อขยาย


Name: Cetus A
Catalog number: Messier 77, NGC1068
Type: Spiral Galaxy
Constellation: Cetus
Visual Magnitude: +9
Apparent Size: 6.2’x5.6’
Distance: 33 Mly
R.A. 02h 43m 40.58s
Dec. +00° 04’ 06.3”

อ้างอิง
SkySafari

http://www.messier.seds.org/m/m077.html

Tuesday, 9 July 2019

NGC4631 : Whale Galaxy






กาแลกซี่กังหันแบบ edge-on หรือหันข้างเข้ามาหาเรา ห่างจากดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวคาเนสเวอแนตติซายหรือสุนัขล่าเนื้อทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 6.5องศา ค้นพบโดย วิลเลี่ยม เฮอเชลล์ในปี 1787

NGC4631 เป็นหนึ่งใน edge-on ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนท้องฟ้า รูปร่างที่บิดเบี้ยวเล็กน้อย เหตุเพราะแรงกระทำจากกาแลกซี่ขนาดเล็ก NGC4627 ที่อยู่ใกล้ๆ จากที่มีรูปร่างที่โค้งเล็กน้อยนี่เอง ทำให้ดูคล้ายปลาวาฬหรือปลาแฮริ่งอันเป็นที่มาของชื่อ

ภาพในกล้องดูดาวขนาด8นิ้ว มองเห็นแสงฟุ้งจางเป็นทางยาว ส่วนที่สว่างที่สุดจะอยู่ชิดมาทางขอบด้านทิศเหนือ ถือว่าสว่างมากทีเดียวเพราะมองเห็นแสงเป็นจุดได้หลายจุดด้วยวิธีมองเหลือบ ส่วนNGC4627จางเกินกว่าจะมองเห็นได้จากกล้องดูดาว 8 นิ้ว

การสังเกตุ Whale Galaxy ให้ดีควรดูผ่านกล้องดูดาวขนาด 12 นิ้วขึ้นไปเพราะจะเห็นคู่ของมันได้ชัดเจนกว่า หากฟ้าดีพอ อาจจะได้เห็นว่ากาแลกซี่ตัวนี้บิดโค้งเล็กน้อยด้วยก็เป็นไปได้

NGC4631 ตำแหน่งอยู่ราวครึ่งทางจากดาวอัลฟ่าคาเนสเวอร์แนตติซิหรือดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวสุขนัขล่าเนื้อไปดาวแกมม่าโคเม่เบอเรนิซ เนื่องจากมองไม่เห็นในกล้องเล็งจึงต้องอาศัยดาวเรียงใกล้เคียงเป็นหมาย ไม่ยากเกินไปครับ


คลิกภาพเพื่อขยาย

ข้อมูลทั่วไป
Name: Whale Galaxy, Herring Galaxy
Catalog number: NGC4631
Constellation: Serpens
Visual Magnitude: +8.90
Apparent Size: 14.4’x2.2’
Distance: 24 Mly

Corodinates
R.A. 12h 43m 03.80s
Dec. +33° 41’ 55.6”

Sunday, 23 June 2019

NGC4565 : Needle Galaxy




NGC4565 กาแลกซี่ที่หันด้านข้างเข้าหาเรา ทำให้มองเห็นในแนวระนาบพอดีจากโลก หรือที่เรียกว่า “Edge-on galaxy” อยู่ในกลุ่มดาวโคม่าเบเรนิซ หากเราอยากเห็นกาแลกซี่ทางช้างเผือกของเราจากระยะไกลก็เทียบเคียงได้กับตัวนี้

การดูกาแลกซี่ตัวนี้แนะนำให้ใช้กล้องดูดาวตั้งแต่ขนาด 6 นิ้วขึ้นไป สำหรับผมที่ใช้กล้องสะท้อนแสงขนาด 8 นิ้ว ในคืนที่ท้องฟ้าไม่ดีไม่แย่ที่บ้านหมี่ ต้องให้เวลากับดวงตาเราสักพักจะเริ่มมองเห็นได้ดีขึ้น

ที่กำลังขยายต่ำ NGC4565 เป้นขีดของแสงที่บางและจาง ยาวเหมือนเข็มและมีใจกลางที่สว่าง ต้องใช้วิธีมองเหลือบและผ้าคลุมหัวเพื่อบังแสงจากรอบด้าน ผมลองเพิ่มกำลังขยายคอนทราสดีขึ้นแต่ท้องฟ้าไม่ดีพอทำให้ยิ่งดูยากตามไปด้วย สำหรับแถบฝุ่นที่แบ่งกาแลกซี่ตัวนี้ออกเป็นสองส่วน ต้องใช้กล้องดูดาวขนาด 12 นิ้วขึ้นไป จึงจะมองเห็น

การฮอปหาตำแหน่งนั้นไม่ยากนัก เริ่มจากกระจุกดาวเมลล๊อต 111 ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าในกลุ่มดาวโคม่าเบเรนิซ มองหาดาวคู่ทางทิศตะวันออกสุดของกระจุกดาว ที่ชื่อ 17Com NGC4575 จะห่างออกไป หนึ่งองศาครึ่งทางตะวันออก

Needle Galaxy เป็นตัวที่น่าดูและสว่างและดูง่ายที่สุดในบรรดากาแลกซี่รูปเข็มทั้งหมดแล้วครับ

คลิกภาพเพื่อขยาย


ข้อมูลทั่วไป
Name: Needle Galaxy
Catalog number: NGC4565
Type: Edge on Spiral Galaxy
Constellation: Coma Berenice
Visual Magnitude: +9.22
Apparent Size: 16.6’x2.9’
Distance: 39Mly

Coordinates
R.A. 12h 37m 17.6s
Dec. +25° 52’ 56.6”

Monday, 17 June 2019

M105 Galaxy group - revisit


กาแลกซี่ในภาพสเก็ทช์เรียงจากล่างขึ้นบน M105, NGC3371, NGC3373

เดือนมีนาคม 62 เราเจอปัญหาเรื่องหมอกควันเกือบทั้งประเทศ ที่หอดูดาวบ้านหมี่ก็เช่นกัน ดาวที่เคยเกลื่อนฟ้าเหลือจนแทบนับดวงได้ ถัดมาในเดือนเมษายน ปัญหาหมอกควันทุเลาลงแต่ยังมีอยู่ดาวบนฟ้ามีจำนวนมากขึ้นประมาณด้วยสายตาราวเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

จากที่ดูยากมากเพราะหมอกควันหนาตาทำให้ครั้งก่อนมองเห็นกาแลกซี่แค่สองตัวคือ M105 และ NGC3371 มารอบนี้เมฆมากตั้งแต่หัวค่ำ กว่าฟ้าจะเปิดได้เริ่มงานก็ใกล้เที่ยงคืน M105 กับผองเพื่อนอยู่กลางหัวพอดี ภาพที่เห็นมองง่ายขึ้นมาก

NGC3373 ตัวที่มองไม่เห็นเมื่อคราวก่อน ยังยากอยู่และต้องอาศัยการมองเหลือบ ปรากฎเป็นฝ้าจาง ไม่มีจุดสว่างตรงกลาง ตัวนี้ค่อนข้างจาง ฟ้าต้องดีกว่านี้จึงจะได้รายละเอียดมากขึ้น ส่วน M105 และ NGC3371 สว่างมองค่อนข้างง่าย สบายกว่าคราวที่แล้วมาก

ทั้งสามตัวเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มกาแลกซี่ที่เรียกว่าลีโอหนึ่ง ที่ยังมีอีกหลายตัวใกล้ๆ ใครอยากดูต้องใช้กล้องดูดาวตัวใหญ่และฟ้าที่ใสสักหน่อย กาแลกซี่ไวต่อหมอกควันมากครับ 

คลิกภาพเพื่อขยาย


ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: Messier105, NGC3379
Type: Elliptical Galaxy
Constellation: Leo
Visual Magnitude: +9.3
Apparent Size: 4.9x4.4’
Distance: 37Mly

Coordinates
R.A. 10h 48m 49.43s
Dec. +12° 28’ 52.5”

Catalog number: NGC3371, NGC3384
Type: Elliptical Galaxy
Constellation: Leo
Visual Magnitude: +9.9
Apparent Size: 5.2x2.4’
Distance: 31Mly

Coordinates
R.A. 10h 49m 16.72s
Dec. +12° 31’ 44.3”

Catalog number: NGC3373, NGC3389
Type: Spiral Galaxy
Constellation: Leo
Visual Magnitude: +12.03
Apparent Size: 2.7x1.2’
Distance: 63Mly

Coordinates
R.A. 10h 49m 28.29s
Dec. +12° 25’ 53.5”

Tuesday, 4 June 2019

NGC5128 : Centaurus A, Hamburger Galaxy





ราวห้าทุ่มเดือนเมษายน มองไปทางใต้กลุ่มดาวเซ็นทอรัสหรือคนครึ่งม้าปรากฎให้เห็นเต็มตัว กลุ่มดาวกางเขนใต้สว่างเด่นใต้ท้องของเซ็นทอร์พอดี

คืนนี้ที่บ้านหมี่แม้จะเห็นเซ็นทอร์ แต่ก็มองไม่เห็นกระจุกดาวทรงกลมโอเมก้าเซ็นทอรี่ที่มีค่าความสว่างแมกนิจูด 3.7 ด้วยตาเปล่า ทั้งที่โดยปกติหากอยู่ชานเมืองขนาดเล็กอย่างบ้านหมี่มองเห็นได้สบาย หมายความว่า ท้องฟ้าที่เห็นยังมีหมอกควันคลุมอยู่ทั่วไป

ผมหยิบกล้องสองตากวาดไปมา โอเมก้าเซ็นทอรี่ยังยังสว่างเป็นฝ้ากลมอยู่บนหลังเซ็นทอร์ จากนั้นมองหากาแลกซี่ Centaurus A หรือ NGC5128 ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ 4.5 องศา ด้วยกล้องสองตาขนาด 8x40 ก็ไม่พบอะไร

ย้ายมาดูที่กล้องดูดาว การฮอบไม่ยากเลย ยิ่งถ้าใช้เม้าท์แบบอิควอเทอเรียลก็ยิ่งง่าย จากโอเมก้าเซ็นทอรี่ ล็อคแกน RA แล้วขยับแกน DEC ไปทางเหนือ 4.5 องศาก็จบ

NGC5128 เป็นกาแลกซี่ที่สว่างเป็นอันดับห้าบนท้องฟ้าแต่คืนนี้มองยากเพราะจางมาก ผมต้องเช็คกับภาพสเก็ตช์ของนักดูดาวท่านอื่นเพื่อยืนยันสิ่งที่เห็นว่าใช่หรือเปล่า

ที่กำลังขยาย 111 เท่า ปรากฎฝ้าจางเป็นคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ครึ่งซีก มีดาวหนึ่งดวงอยู่ภายใน เมื่อใช้วิธีมองเหลือบและเลื่อนกล้องไปมา ก็เริ่มมองเห็นแฮมเบอร์เกอร์อีกซีกที่จางกว่ามากโดยมีแถบมืดคั่นระหว่างกลางไม่มีดาวใดที่ฝั่งนี้

กาแลกซี่ตัวนี้เชื่อว่าอยู่ในระยะการชนกันระหว่างกาแลกซี่แบบวงรีและกาแลกซี่แบบกังหัน ทำให้เรามองเห็น NGC5128 มีรูปร่างแบบวงรีและมี แผ่นจานฝุ่นล้อมรอบตรงกลางแบบในภาพถ่าย กล้องดูดาวขนาดใหญ่น่าจะมองเห็นโครงสร้างของแถบฝุ่นได้มากขึ้นครับ

ปัญหาเรื่องมลภาวะเป็นเรื่องใหญ่ที่รุนแรงขึ้นทุกปี ผมพบว่าแสงดาวและจำนวนดาวบนฟ้านั้นบอกถึงระดับของมลภาวะได้เช่นกันครับ


คลิกภาพเพื่อขยาย

ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: NGC5128, Centaurus A, Hamburger Galaxy
Type: Galaxy
Constellation: Centaurus
Visual Magnitude: +6.78
Apparent Size: 25.7 x 19.5’
Distance: 11 Mly

Coordinates
R.A. 13h 26m 35.77s
Dec. -43° 06’ 59.8”

Sunday, 12 May 2019

Messier 51 : Whirlpool Galaxy




หนึ่งในดาราจักรที่รู้จักมากที่สุด อย่างน้อยก็ต้องเคยเห็นภาพผ่านตามาบ้าง ค้นพบโดยแมสซายเออร์ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1773 เป็นดาราจักรตัวแรกที่พบโครงสร้างของแขนกังหัน โดยลอร์ดโรส (William Parsons, 3rd Earl of Rosse) ในปี 1845

Wednesday, 16 January 2019

NGC55


กลุ่มดาวช่างแกะสลักหรือ Sculptor เป็นกลุ่มดาวจางและเล็กแต่มีกาแลกซี่น่าสนใจหลายตัวสำหรับ Visual Observer หนึ่งในนั้นก็คือ NGC55 วอลเตอร์ สก็อตผู้เขียนหนังสือ Deep Sky Wonder เขียนถึงไว้ชนิดที่เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดว่า “Some deep-sky objects offer beautiful, breathtaking visual experiences. NGC55 is one such object”

NGC 55 ก็อยู่ในลิสท์รายชื่อออบเจคของผม ในวันพ่อที่ผ่านมา (5 ธันวาคม 2561) หัวค่ำมีแนวเมฆหนาที่ขอบฟ้าทางทิศใต้ เมื่อตรวจสอบภาพดาวเทียมพบว่าที่หอดูดาว TJ น่าจะอยู่ในแนวการเคลื่อนที่ของเมฆเหมือนกัน

เวลาผ่านไปท้องฟ้าเริ่มมีเมฆบางส่วน แนวเมฆที่ขอบฟ้าก็สูงขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ยังพอมองเห็นกลุ่มดาวช่างแกะสลักและดาวอัลฟ่า ฟินิซิส (α Phe) ดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนกฟินิกซ์ ซึ่งเป็นดาวสว่างที่อยู่ใกล้ NGC55 มากที่สุด


วางดาว α Phe ไว้ในกล้องเล็ง ขยับไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 4 องศาจะเป็นตำแหน่งของ NGC55 สามารถวางทั้ง α Phe และ NGC55 ไว้ในฟิลด์ของกล้องเล็ง 8x50 ได้ แม้ว่าจะมีรายงานว่าสามารถมองเห็น NGC55 ได้ด้วยกล้องสองตาแต่วันนั้น ผมมองไม่เห็นแม้แต่ในกล้องเล็ง


ภาพในกล้องดูดาวขนาด 8 นิ้ว ที่กำลังขยาย 56 เท่า กาแลกซี่จางและมองยากมากต้องอาศัยการมองเหลือบอย่างเดียว มีลักษณะเป็นแนวแสงยาวและแคบวางตัวตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก มีส่วนที่สว่างสุดอยู่ตรงกลาง วันนี้ผมโชคไม่ดี มองไม่เห็นรายละเอียดที่ดู “ว้าว” อย่างที่ใครๆพูดถึง


NGC55 ค้นพบโดย เจมส์ ดันลอป เมื่อปี 1826 เป็นกาแลกซี่แบบกังหันบาร์ที่หันด้านข้างมาหาโลก มีความสว่าง 8.8 แมกนิจูด ห่างจากเรา 6.9ล้านปีแสง เป็นหนึ่งในสมาชิกของ กลุ่มกาแลกซี่ช่างแกะสลัก


Name: The Whale Galaxy
Catalog No.: NGC 55
Type: Spiral Galaxy
Visual Magnitude: 7.8
Dimension: 30.2’x3.1’
Constellation: Sculptor
Distance: 6.9 M ly


Coordinates:
RA: 00h 47m 29.31s
DEC:-39° 5’ 36.3”

NGC7331


กาแลกซี่แบบกังหันที่เป็นที่รู้จักดีตัวหนึ่ง ค้นพบโดยวิลเลี่ยม เฮอร์เชลล์เมื่อปี 1784 เป็นกาแลกซี่ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวเพกาซัส บริเวณนี้มีกาแลกซี่จางๆ อยู่เป็นจำนวนมาก NGC7331 เป็นตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

EHT สำรวจสนามแม่เหล็กหลุมดำทางช้างเผือก

       ภาพใหม่จากกลุ่มความร่วมมือกล้องโทรทรรศน์ขอบฟ้าสังเกตการณ์ ได้เผยให้เห็นสนามแม่เหล็กที่รุนแรงและเป็นระเบียบรอบๆ ขอบของหลุมดำมวลมหาศาล ...