Showing posts with label Sketch. Show all posts
Showing posts with label Sketch. Show all posts

Wednesday, 12 August 2020

Cr399 : Coathanger

 

ภาพดิจิตอลสเก็ทช์จากกล้องดูดาว 80มม ความยาวโฟกัส 600 มม ที่ 15x
โดยผู้เขียน มีดาวสองดวงที่มีสีส้มแดง


ภาพจำลอง Coathanger - Cr399 เมื่อดูผ่านกล้องสองตา
ภาพจาก Stellarium


ในพื้นที่ของกลุ่มดาววัลเปกคูล่าหรือสุนัขจิ้งจอกนอกจากดัมเบลล์เนบิวล่ายังมีกระจุกดาวอีกตัวที่น่าชม CR399 - Coathanger

CR399 เป็นที่ทราบกันในปัจจุบันว่าไม่ใช่กระจุกดาว แต่เป็นดาวสว่างแมกนิจูด 6-7 ราวหนึ่งโหลที่บังเอิญเรียงตัวเป็นรูปไม้แขวนเสื้อเมื่อมองจากโลก เราเรียกกลุ่มของดาวเล็กๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแบบนี้ว่า “ดาวเรียง” หรือ “Asterism”

ดาวเรียงตัวนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นฝ้าฟุ้งขนาดจิ๋วราวเกือบครึ่งทางระหว่างดาวเวก้ากับอัลแตร์ ทำให้มีบันทึกไว้ตั้งแต่ 964 ก่อนคริสตจศักราชโดย อัล ซูฟี เชื่อว่าน่าจะรู้จักกันมาก่อนหน้านั้นแต่ไม่มีบันทึกไว้

ในศตวรรษที่ 17 ค้นพบอีกครั้งโดย โฮเดียน่านักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลี่ยน น่าแปลกใจที่ทั้งแมสซายเออร์ เฮอร์เชลและ NGC แคตตาลอคก็ไม่ได้ระบุหมายเลขเอาไว้

ในปี 1920 D.F. Brocchi นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวอเมริกัน ที่กำลังทำแผนที่ดาวให้สมาคมผู้สังเกตดาวแปรแสงอเมริกา -American Association of Variable Star Observers (AAVSO) ได้ทำแผนที่ของวัตถุนี้เอาไว้ ทำให้กระจุกดาว(เทียม)ตัวนี้ได้ชื่อว่า Brocchi’s Cluster เช่นกัน

ในปี 1931 นักดาราศาสตร์สวีดิช Per Collinder ได้รวมวัตถุชิ้นนี้เข้าไปในรายชื่อกระจุกดาวเปิด Collinder ได้หมายเลข 399

Cr399 มีขนาดราวหนึ่งองศา ใหญ่กว่าดวงจันทร์เต็มดวง 2 เท่า ดูสวยที่สุดเมื่อดูผ่านกล้องสองตาหรือกล้องเล็งของกล้องดูดาว เราจะมองเห็นดาวเรียงเป็นรูปไม้แขวนเสื้อเด่นอยู่บนฟ้า ดูน่ารักน่าชัง มีดาวสองดวงบริเวณตะขอแขวนมีสเปคตรัม M0 และ K0 ให้สีส้มและเหลืองตามลำดับ

Coat Hanger อยู่บนฟ้าตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ฟ้าเปิดวันไหนลองหยิบกล้องสองตา แพนกล้องระหว่างดาวเวก้าและอัลแตร์ก็จะเจอได้ไม่ยากแม้จะอยู่ในเมืองครับ



ชื่อ: Coathanger, Brocchi’s Cluster
กลุ่มดาว: Vulpecula
Catalog No.: CR399
ประเภท: Asterism
Visual Magnitude: +6.3

R.A.: 19h 30m 14.55s
Dec.: +20° 19’ 22.6”
ความยาก: 1

อ้างอิง
Wikipedia
Seds.messier.org

Friday, 31 July 2020

Messier 6 : Butterfly Cluster




กลุ่มดาวแมงป่องสว่างเด่นมองเห็นชัดเจนแม้จากในเมือง ดาวแอนทาเรสหรือปาริชาติสีแดงสดอยู่ในตำแหน่งหัวใจแมงป่อง มีกระจุกดาวทรงกลมเอ็ม 4 เคียงข้าง

ลองสำรวจด้วยกล้องสองตาจากดาวชูล่าหรือหางแมงป่องไปทางทิศเหนือ 4 องศา จะพบกระจุกดาวเอ็ม 6 หรือกระจุกดาวผีเสื้อ สว่างสดใส แต่ต้องระวังจะสับสนกับเอ็ม 7 หรือปโตเลมี กระจุกดาวเปิดขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน

ผู้ที่พบกระจุกดาวตัวนี้เป็นคนแรกคือ จีโอวานนี่ โฮเดียน่า ในช่วงปี 1654 ส่วนแมสซายเออร์บันทึกไว้ในปี1764 เป็นหนึ่งในกระจุกดาวที่สวยที่สุดสำหรับกล้องสองตาหรือกล้องดูดาวขนาดเล็ก

ในกล้องดูดาวเราจะเห็นดาวเรียงเป็นแนว 3 แถว สร้างเป็นภาพผีเสื้อกำลังกางปีกสองข้าง ที่ลำตัวผีเสื้อจะมีดาวดวงเล็กเรียงตัวเป็นอักษร “V” เป็นหนวดแมลงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลาง ดาวในกระจุกส่วนมากอายุน้อยอยู่ในลำดับหลัก คลาส B สีขาว-ฟ้า มีดวงหนึ่งสว่างเด่นคลาส K2 สีส้ม

กระจุกดาวมีสมาชิกราว 120 ดวง ห่างออกไปราว 1600 ปีแสง เส้นผ่านศูนย์กลางราว 12 ปีแสง ขนาดที่เห็นจากโลกประมาณครึ่งองศา




ชื่อ: Butterfly Cluster
กลุ่มดาว: Scorpius
Catalog No.: Messier 6, NGC6405
ประเภท: Open Cluster
Visual Magnitude: +4.2
Apparent size: 20 arcmin
ระยะทางจากโลก: 1600 ly
R.A.: 17h 41m 38.91s
Dec.: -32° 15’ 32.3”
ความยาก: 1

Wednesday, 9 October 2019

NGC6520 and Barnard 86



ภาพสเก็ทช์ NGC6520 กับ Barnard 86 - Inkspot โดยผู้เขียน

NGC6520 กระจุกดาวขนาดเล็กบนใจกลางทางช้างเผือกที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ห่างจากปลายพวยกาน้ำชาหรือดาวแกมม่าซาจิทารี่ (γ Sgt หรือ Alnasl) ไปทางเหนือแค่สององศาครึ่ง

จุดสังเกตของ NGC6520 คืออยู่ระหว่างดาวสามดวงเรียงเป็นเส้นตรงตามแนวทิศ SE-NW ใกล้กันมีฝ้ากลมอีกตัวมองเห็นได้จากกล้องเล็งในฟิลด์เดียวกัน ซึ่งอาจเป็นกระจุกดาวทรงกลม Djorgovski2 

ในกระจุกดาว NGC6520 มีดาวสว่าง ประกายสีแดงเด่นอยู่สองดวง มีอีกราว15-20 ดวงล้อมรอบ และมีดาวในกระจุกอีกจำนวนมากที่แยกออกมาเป็นเม็ดดาวไม่ได้มองเห็นเป็นแสงฟุ้งที่กลมสมมาตรดี

สีของท้องฟ้าในเลนส์ตาสว่างกว่าปกติและไม่ได้เนียนเสมอกัน เพราะพื้นที่ตรงนี้เต็มไปด้วยดาวคล้ายเม็ดทรายบนชายหาดอันกว้างใหญ่ แต่ดาวพวกนั้นจางเกินกว่าที่ตาของเราจะแยกภาพออกมาเป็นเม็ด จึงทำให้มองเห็นเป็นแสงสว่างจางเต็มพื้นที่

ระหว่าง NGC6520 และดาวสว่างแมกนิจูด 7 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หากสังเกตให้ดีจะเห็นพื้นที่สีเข้มแตกต่างจากจุดอื่น ออบเจคนี้เป็นกลุ่มกาซกับฝุ่นที่เย็นและทึบแสงเรียกกันว่า “Dark Nebula” หรือเนบูล่ามืด

ค้นพบโดย E.E.Barnard เนบูล่ามืดตัวนี้มีชื่อว่า Barnard 86 หรือ Inkspot เราจะเห็นเนบูล่ามืดได้ก็ต่อเมื่อมีเนบูล่ามืดอยู่ด้านหน้าบังวัตถุที่มีแสงในตัว

ผมคิดว่าเนบูล่ามืดหรือ Dark Nebula เป็นออบเจคที่ดูยากเพราะไวต่อมลภาวะทั้งหมอกควันและแสงที่เกินพอดีจากเมือง แม้ท้องฟ้าที่มืดระดับที่พอมองเห็นทางช้างเผือกอย่างบ้านหมี่ ก็ยังไม่ดีพอที่จะเห็น Dark Nebula ได้ง่าย

ดาวในกระจุก NGC6520 มีดาวสีฟ้าขาวจำนวนมากเป็นเครื่องหมายว่าเป็นกระจุกดาวอายุน้อย ปกติกระจุกดาวเกิดใหม่จะมีดาวราวสองถึงสามพันดวง แต่การศึกษาทำได้ยากเพราะอยู่ในบริเวณที่มีดาวหนาแน่น คาดว่าตัวกระจุกดาวมีอายุราว 150 ล้านปี และทั้ง NGC6520 และ B86 น่าจะห่างจากเราประมาณ 6000ปีแสง

ดาว γ Sgt มีชื่อในแผนที่ว่า Alnasl
คลิกภาพเพื่อขยาย


ข้อมูลทั่วไป
Name: Inkspot
Catalog number: Barnard86
Type: Dark Nebula
Constellation: Sagittarius
Apparent Size: 5’x3’
Distance: ~6000 ly
R.A. 18h 04m 11.46s
Dec. -27° 52’ 

Catalog number: NGC6520
Type: Star Cluster
Constellation: Sagittarius
Visual Magnitude: +7.6
Apparent Size: 2’
Distance: ~6000 ly
R.A. 18h 04m 37.47s
Dec. -27° 52’ 51.7”


อ้างอิง
Stephen O’mera, Hidden Treasure

SkySafari

Wednesday, 3 July 2019

Messier 5






เอ็ม 5 ในกลุ่มดาวงูเซอร์เพนส์ หนึ่งในสามกระจุกดาวทรงกลมที่สวยที่สุดบนท้องฟ้าซีกเหนือ อันมีเอ็ม13 เอ็ม3 และเอ็ม5 ด้วยค่าความสว่าง 5.6 แมกนิจูด ทำให้มองเห็นเอ็ม5 ได้ด้วยตาเปล่าในที่มืดสนิท

ผู้ที่พบคนแรกได้แก่นักดาราศาสตร์เยอรมันชื่อ Gotifried Kirch และภรรยา Maria Margarethe ระหว่างที่ทั้งสองคนสำรวจดาวหางในปี 1702  Kirch อธิบายไว้ว่า “Nebulous Star” หรือ “ดาวที่ฟุ้งมัว” แมสซายเออร์พบอีกครั้งในปี 1764 และวิลเลี่ยม เฮอร์เชล เป็นคนแรกที่ระบุว่าเอ็ม 5 เป็นกระจุกดาวทรงกลมด้วยกล้องดูดาวขนาด 40 ฟุตในปี 1791

แมสซายเออร์หมายเลข 5 เป็นวัตถุที่เหมาะกับกล้องดูดาวทุกขนาด ด้วยกล้องดูดาวขนาดเล็กหรือกล้องสองตาจะเห็นเป็นจุดฟุ้งขนาดเล็กคล้ายกับดาวแต่ไม่ใช่ เราจะเริ่มแยกดาวในกระจุกออกเป็นมาเป็นเม็ดได้ต้องอาศัยกล้องดูดาวที่ขนาดราว 4นิ้วขึ้นไป กล้องดูดาวขนาดยิ่งใหญ่รายละเอียดก็จะยิ่งมากตามไปด้วย

ภาพจากกล้องดูดาว 8 นิ้ว เอ็ม5 มีขนาดใกล้กับเอ็ม 13 แต่รายละเอียดต่างกัน ในขณะที่เอ็ม 13 เต็มไปด้วยระยางค์จำนวนมากทำให้คิดถึงปลาหมึกหรือแมงกระพรุน แต่เอ็ม 5 ทำให้ผมคิดถึงปูมะพร้าว แต่ก็สวยงามทั้งคู่

การฮอบหาตำแหน่งไม่ยากเกินไป ให้เริ่มจากดาวปลายขาของกลุ่มดาวเวอร์โก้หรือหญิงสาว ที่ชื่อ 109 Vir แล้วฮอบไปทางทิศตะวันออก 4 องศาจะเจอดาวสว่างแมกนิจูด 4 ดวงนึงชื่อ 110 Vir เอ็ม 5 จะห่างจากดาวดวงนี้ไปทางตะวันออกอีก 4 องศา

เอ็ม 5 เป็นหนึ่งในกระจุกดาวทรงกลมที่เก่าแก่ที่สุดประมาณหนึ่งพันสามร้อยล้านปี เป็นไปได้ว่ามีดาวในกระจุกมากถึง 500,000 ดวง มีขนาดกว้างราว 165 ปีแสงทำให้เป็นหนึ่งในกระจุกดาวทรงกลมที่ใหญ่ที่สุดบนท้องฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีดาวแปรแสงอยู่ในกระจุกราว 200 ดวง

เรียกว่าเป็นกระจุกดาวทรงกลมที่ห้ามพลาดอีกตัว


คลิกภาพเพิ่อขยาย


ข้อมูลทั่วไป
Catalog number: NGC5904, Messier5
Constellation: Serpens
Visual Magnitude: +5.65
Apparent Size: 23’
Distance: 24 kly


Coordinates
R.A. 15h 19m 31.50s
Dec. +02° 00’ 45.9”

Wednesday, 16 January 2019

NGC55


กลุ่มดาวช่างแกะสลักหรือ Sculptor เป็นกลุ่มดาวจางและเล็กแต่มีกาแลกซี่น่าสนใจหลายตัวสำหรับ Visual Observer หนึ่งในนั้นก็คือ NGC55 วอลเตอร์ สก็อตผู้เขียนหนังสือ Deep Sky Wonder เขียนถึงไว้ชนิดที่เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดว่า “Some deep-sky objects offer beautiful, breathtaking visual experiences. NGC55 is one such object”

NGC 55 ก็อยู่ในลิสท์รายชื่อออบเจคของผม ในวันพ่อที่ผ่านมา (5 ธันวาคม 2561) หัวค่ำมีแนวเมฆหนาที่ขอบฟ้าทางทิศใต้ เมื่อตรวจสอบภาพดาวเทียมพบว่าที่หอดูดาว TJ น่าจะอยู่ในแนวการเคลื่อนที่ของเมฆเหมือนกัน

เวลาผ่านไปท้องฟ้าเริ่มมีเมฆบางส่วน แนวเมฆที่ขอบฟ้าก็สูงขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ยังพอมองเห็นกลุ่มดาวช่างแกะสลักและดาวอัลฟ่า ฟินิซิส (α Phe) ดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนกฟินิกซ์ ซึ่งเป็นดาวสว่างที่อยู่ใกล้ NGC55 มากที่สุด


วางดาว α Phe ไว้ในกล้องเล็ง ขยับไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 4 องศาจะเป็นตำแหน่งของ NGC55 สามารถวางทั้ง α Phe และ NGC55 ไว้ในฟิลด์ของกล้องเล็ง 8x50 ได้ แม้ว่าจะมีรายงานว่าสามารถมองเห็น NGC55 ได้ด้วยกล้องสองตาแต่วันนั้น ผมมองไม่เห็นแม้แต่ในกล้องเล็ง


ภาพในกล้องดูดาวขนาด 8 นิ้ว ที่กำลังขยาย 56 เท่า กาแลกซี่จางและมองยากมากต้องอาศัยการมองเหลือบอย่างเดียว มีลักษณะเป็นแนวแสงยาวและแคบวางตัวตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก มีส่วนที่สว่างสุดอยู่ตรงกลาง วันนี้ผมโชคไม่ดี มองไม่เห็นรายละเอียดที่ดู “ว้าว” อย่างที่ใครๆพูดถึง


NGC55 ค้นพบโดย เจมส์ ดันลอป เมื่อปี 1826 เป็นกาแลกซี่แบบกังหันบาร์ที่หันด้านข้างมาหาโลก มีความสว่าง 8.8 แมกนิจูด ห่างจากเรา 6.9ล้านปีแสง เป็นหนึ่งในสมาชิกของ กลุ่มกาแลกซี่ช่างแกะสลัก


Name: The Whale Galaxy
Catalog No.: NGC 55
Type: Spiral Galaxy
Visual Magnitude: 7.8
Dimension: 30.2’x3.1’
Constellation: Sculptor
Distance: 6.9 M ly


Coordinates:
RA: 00h 47m 29.31s
DEC:-39° 5’ 36.3”

NGC7331


กาแลกซี่แบบกังหันที่เป็นที่รู้จักดีตัวหนึ่ง ค้นพบโดยวิลเลี่ยม เฮอร์เชลล์เมื่อปี 1784 เป็นกาแลกซี่ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวเพกาซัส บริเวณนี้มีกาแลกซี่จางๆ อยู่เป็นจำนวนมาก NGC7331 เป็นตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

EHT สำรวจสนามแม่เหล็กหลุมดำทางช้างเผือก

       ภาพใหม่จากกลุ่มความร่วมมือกล้องโทรทรรศน์ขอบฟ้าสังเกตการณ์ ได้เผยให้เห็นสนามแม่เหล็กที่รุนแรงและเป็นระเบียบรอบๆ ขอบของหลุมดำมวลมหาศาล ...