Showing posts with label Planetary Nebula. Show all posts
Showing posts with label Planetary Nebula. Show all posts

Wednesday, 10 March 2021

IC418 Spirograph Nebula

 




เนบิวล่าดาวเคราะห์ที่ถูกมองข้ามในกลุ่มดาวกระต่ายป่า ตำแหน่งประมาณครึ่งทางระหว่างไรเจลกับอาร์เนบ (อัลฟา ลีปุริส) ดาวสว่างที่เป็นคอของกระต่าย

มีรายงานว่ามองเห็นได้จากกล้องสองตาถ้าฟ้ามืดพอ ลักษณะเด่นที่ได้รับการพูดถึงบ่อยๆก็คือดาวตรงกลางสว่างมองเห็นง่าย ตัวเนบิวล่าขอบด้านนอกที่สว่าง และสีของเนบิวล่าที่นักดูดาวที่ใช้กล้องขนาดใหญ่บางคนเห็นเนบิวล่าเป็นสีเทาอมแดงทำให้ได้รับชื่อว่า “Rasberry”

ส่วนชื่อ Spirograph มาจากภาพถ่ายของ Hubble ที่แสดงให้เห็นลวดลายภาพในของเนบิวล่ามีลักษณะคล้ายลายเส้นปากกาที่วาดจากไม้บรรทัดสไปโรกราฟสมัยก่อน

เนบิวล่าดาวเคราะห์ตัวนี้ป็นตัวที่สว่างและน่าสนใจมากตัวหนึ่ง และเป็นเรื่องแปลกที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก

แม้จะเล็กแต่สว่างจนมองเห็นได้จาก Borg 4” จากบางพลีที่กำลังขยาย 33x เป็นจุดแสงคล้ายดาวแต่มีสีฟ้าอมเขียวทำให้รู้ว่าไม่น่าจะใช่ดาว แถมยังเติมกำลังขยายเข้าไปได้เรื่อยๆชนิดที่เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ใน Borg ผมไปจบที่ 170x มองเห็นเป็นแผ่นดิสก์สีเทาขนาดจิ๋ว

ไปที่ Mewlon 210 กล้องดูดาวแบบผสมขนาด 8” ระยะโฟกัสที่ยาว (2415mm)ทำให้คอนทราสดีกว่าใน Borg มาก ที่กำลังขยายต่ำเป็นเหมือนดาวบวมๆสีเทาอมฟ้าดวงหนึ่ง สามารถไล่กำลังขยายขึ้นไปได้เรื่อยๆ ดาวตรงกลางมองเห็นได้ง่ายและสว่าง ขอบนอกของเนบิวล่าคมและชัดกว่าเนบิวล่าดาวเคราะห์ทุกตัวที่เคยดู

ที่กำลังขยาย 320เท่า มองเห็นขอบนอกของเนบิวล่าที่สว่างกว่าด้านในเมื่อมองเหลือบตามลักษณะเด่น แต่เมื่อเพิ่มบาร์โลว์อีก 2Xเป็นกำลังขยาย 640 เท่า กลับไม่เห็นขอบสว่าง แต่มองเห็นผิวเนบิวล่าด้านในว่าไม่เนียนเป็นเนื้อเดียวแต่มีลวดลายคล้ายเนื้อกระดาษภายใน น่าสนใจดี

IC418 เป้นเซอร์ไพรส์ ถึงจะเล็กแต่ก็สว่างมาก ขยายขึ้นไปได้เรื่อยๆ เหมือนไม่สิ้นสุด มีลักษณะเด่นที่น่าสนใจ เป็นตัวที่ดูได้จากในเมืองอีกตัวครับ




ข้อมูลเบื้องต้น

ชื่อ: Spirograph Nebula, Raspberry Nebula
กลุ่มดาว: Lepus
Catalog No.: IC418
ประเภท: Planetary Nebula
Visual Magnitude: +9.3
dia: 0.2 arcmin
ระยะทางจากโลก: 3400 ly
R.A.: 05h 28m 26.27s
Dec.: -12° 40’ 47.1”

Wednesday, 5 August 2020

Messier 27 : Dumbbell Nebula



กลุ่มดาวจางๆที่ชื่อไม่ค่อยคุ้นหูอย่าง Vulpecula -วาลเปคคูล่า หรือหมาจิ้งจอก แต่กลับมีเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่เป็นที่รู้จักดีอย่างยิ่ง “แมสซายเออร์ 27” หรือ “Dumbbell Nebula”

เอ็ม 27 เป็นหนึ่งในสี่เนบิวล่าดาวเคราะห์ในแมสซายเออร์แคตตาลอค และเป็นเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่ดูได้ง่ายที่สุดบนฟ้า แม้จะสว่างเป็นรองเฮลิกซ์เนบิวล่าซึ่งเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุด แต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่าทำให้ความสว่างพื้นผิวดีกว่า ดูง่ายกว่าเฮลิกซ์มาก

ค้นพบโดยเมสซายเออร์ในเดือนกรกฏาคมปี 1764 ชื่อ ”ดัมเบล” ได้มาจากการอธิบายของ โทมัส เวบบ์บาทหลวงนักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษที่อธิบายไว้ว่า “เหมือนฝ้าฟุ้งสองก้อนเคียงกัน”

ดัมเบลเนบิวล่าเป็นเนบิวล่าดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ ในกล้องดูดาวขนาดสี่นิ้ว ที่กำลังขยาย 56 เท่า ผมมองเห็นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าสว่างเรียบ ปลายของสี่เหลี่ยมทั้งสองด้านโค้งและมีแขนยื่นออกมาตามมุมเล็กน้อยเมื่อมองเหลือบ เชื่อว่าดูได้จากชานเมืองใหญ่อย่างบางพลีในคืนที่ฟ้าดี

เนื่องจากดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวจิ้งจอกสว่างแค่ แมกนิจูด 4.5 ทำให้เราอาศัยดาวแกมม่า (γ) ซาจิทอีในกลุ่มดาวลูกศรง่ายกว่ามาก เอ็ม27 จะห่างดาวดวงนี้ไปทางเหนือ 3 องศา และมองเห็นได้ด้วยกล้องสองตาหากฟ้ามืดพอ 

คลิกภาพเพื่อขยาย

ข้อมูลทั่วไป
Name: Dumbbell Nebula 
Catalog number: M27, NGC6853 
Type: Planetary Nebula 
Constellation: Vulpecula 
Visual Magnitude: +7.09 
Apparent Size: 8’ x5.7’ 
Distance: 1400 ly

Coordinates 
R.A. 20 00m 24.92s 
Dec. +22° 46’ 12.5”

Tuesday, 3 March 2020

NGC1514 : Crystal Ball Nebula




เมื่อเรามองเห็นแสงฟุ้งในเลนส์ตา สิ่งที่เป็นไปได้มีสองแบบคือเป็นกลุ่มกาซที่ในอวกาศที่เรียกว่าเนบิวลา หรือเป็นกลุ่มของดาวที่จางเกินกว่ากำลังของกล้องดูดาวจะแยกเป็นภาพ ต้องอาศัยกล้องดูดาวขนาดใหญ่ขึ้นถึงจะเริ่มแยกแสงฟุ้งออกเป็นดาวหลายดวงได้

ในช่วงแรกของการสำรวจท้องฟ้า วิลเลี่ยม เฮอร์เชลยังไม่รู้จักธรรมชาติของเนบิวล่าดาวเคราะห์ เขาคิดว่าเนบิวล่าที่ล้อมรอบเป็นแสงจากกระจุกดาวที่ไกลเกินกว่าจะมองเห็นเป็นดวง

จนกระทั่งในคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 1790 เฮอร์เชลพบ NGC1514 ความคิดเรื่องเนบิวล่าดาวเคราะห์ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง และถ้อยคำของเฮอร์เชลชวนให้ออกไปวางกล้องดูดาวเสียทันที

“สิ่งที่แปลกไม่เหมือนใคร! ดาวสว่างแมกนิจูดที่ 8 ล้อมรอบด้วยบรรยากาศเบาบางเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางราว 3 นาที ดาวดวงนั้นอยู่ใจกลางพอดี ชั้นบรรยากาศเบาบาง จางและสม่ำเสมอจนไม่คิดว่าจะเป็นดาว(ที่ไกลออกไป) และทำให้เกิดข้อสงสัยในความเกี่ยวข้องระหว่างชั้นบรรยากาศกับดาวฤกษ์ที่ใจกลาง”

NGC1514 แม้จะอยู่ในเขตของกลุ่มดาวทอรัสและไม่ไกลจากกระจุกดาวลูกไก่นัก แต่การฮอบเริ่มจากซีต้า (ζ) เพอร์เซอิดจะสะดวกที่สุด คริสตัลบอลห่างจากดาวดวงนี้ไปทางตะวันออกแค่สามองศาครึ่ง จุดสังเกตคือดาวสว่างมัคนิจูด 8 สามดวงที่เรียงเกือบเป็นเส้นตรง NGC1514 คือดวงกลาง

สำหรับกล้องดูดาวขนาดเล็กและขนาดกลางจำเป็นต้องใช้ฟิลเตอร์ UHC หรือ OIII เป็นตัวช่วย ภาพจากกล้องหักเหแสงสี่นิ้วเป็นฝ้าขนาดเล็กกลม ล้อมรอบดาวดวงหนึ่ง เป็นตัวทีเหมาะกับกล้องดูดาวที่ใหญ่ตั้งแต่ 8” ขึ้นไปที่กำลังขยายสูง


คลิกภาพเพื่อขยาย


Name: Crystal Ball
Catalog number: NGC1514
Type: Planetary Nebula
Constellation: Taurus
Visual Magnitude: +10.89
Dimension: 2.3x2.0’
Distance: 2400 ly

Coordinates :R.A. 04h 10m 31.93s
Dec. +30° 49’ 37.5”

อ้างอิง
http://spider.seds.org/spider/Misc/n1514.html
wikipedia.org

Wednesday, 13 November 2019

NGC7662 : Blue Snowball


 


ฟ้าจะดีหรือไม่ดีนอกเหนือการควบควบคุมของมนุษย์ สิ่งที่นักดูดาวพอจะทำได้ยามฟ้าปกคลุมด้วยหมอกควันและมลภาวะทางแสงคือเลือกออบเจคที่เหมาะสม

หากยังจำกันได้ปลายกันยายน 2562 มีความกดอากาศสูงแผ่ลงมาสองสามวันแล้วถอยกลับไป คืนวันที่ 28 ต่อ 29 กันยายน 2562 เป็นช่วงที่ความกดอากาศสูงถอยกลับไปได้วันสองวัน ผลที่ตามมาคือท้องฟ้าขุ่นเต็มไปด้วยหมอกควัน ดาวที่เคยเต็มฟ้าเหลือแค่กลางศรีษะ มีน้อยดวงจนนับได้

ฟ้าแบบนี้ตัวเลือกก็คือกระจุกดาวที่สว่างและเนบูล่าดาวเคราะห์ที่มักจะเล็กแต่สว่างมากจนดูได้แม้กระทั่งจากในเมือง ผมเลือกลูกบอลสีฟ้า Blue snowball หรือ NGC7662 เนบูล่าดาวเคราะห์ที่พอดูได้ยามฟ้าเป็นแบบนี้

NGC7662 อยู่ตรงปลายแขนแอนโดรเมด้าฝั่งที่ถูกล่ามโซ่ ท้องฟ้าชานเมืองในคืนฟ้าใส เราน่าจะพอมองเห็นโอมิครอน (ο And) และอิโอต้าแอนโดรเมเด (ι And) ที่สว่างประมาณแมกนิจูดที่สี่ (ดาวทั้งสองเรียงเป็นโซ่ตรึงแขนแอนโดรเมด้าเอาไว้) NGC7662 อยู่ระหว่างดาวสองดวงนี้ แต่หากฟ้าแย่จนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ต้อง Hop ไกลหน่อย จุดเริ่มอาจเป็นกาแลกซี่แอนโดรเมด้าก็ได้

ในกล้องเล็ง Blue snowball ดูเหมือนดาวแต่มีสีฟ้า กล้องดูดาวขนาด 8” ที่กำลังขยาย 33เท่าก็ยังเป็นจุดแสงสีฟ้า มีดาวสว่างใกล้เคียงกันอยู่ไม่ห่าง เริ่มมองเห็นว่าเป็นแผ่นดิสก์สีเทาอมฟ้าขนาดจิ๋วที่ 56เท่า เพิ่มกำลังขยายไปจนถึง 200 เท่า แผ่นดิสก์กลมมีขนาดใหญ่ขึ้นมองไม่เห็นสีฟ้ากลายเป็นสีเทาแทน คืนนั้นผมได้ลองเพิ่มกำลังขยายอีกแต่ภาพค่อนข้างมืดและไม่มีดาวอื่นใดใน FOV เลย

เมื่อมาสืบค้นทีหลังพบว่าเราสามารถมองเห็น Dark spot หรือพื้นที่สีเข้มใจกลางเนบูล่าได้หากใช้กำลังขยาย 250เท่าขึ้นไป ซึ่งคืนนั้นท้องฟ้าไม่ค่อยเอื้ออำนวยนัก ทำให้ Blue snowball เป็นอีกออบเจคที่อยู่ในรายการที่ต้องกลับไปดูใหม่อีกรอบ

ผู้ค้นพบ NGC7662 คือวิลเลี่ยม เฮอร์เชลล์ เมื่อ 6 ตุลาคม 1784 ระยะห่างจากเราไม่ชัดเจนนักคาดว่าประมาณ 3,600 ปีแสง ทำให้ขนาดไม่แน่นอนไปด้วยคาดว่าอยู่ราว 0.35-0.7ปีแสง


คลิกภาพเพื่อขยาย


Name: blue snowball
Catalog number: NGC7662
Type: Planetary Nebula
Constellation: Andromeda
Visual Magnitude: +8.3
Apparent Size: 0.5’x0.5’
Distance: 3,600 ly
R.A. 23h 126m 50.25s
Dec. +42° 38’ 32.7”


อ้างอิง
SkySafari
https://freestarcharts.com/ngc-7662

Thursday, 31 October 2019

Messier 57 : Ring Nebula



ภาพเสก็ทช์เอ็ม 57 เนบูล่าวงแหวนโดยผู้เขียน


“Among the curiosities of the heaven….
a nebula that has a regular concentric dark spot in the middle…
and is probably a ring of stars.”

“ ท่ามกลางสิ่งมหัศจรรย์ของสวรรค์….
เนบิวลาที่มีจุดมืดเป็นศูนย์กลางอยู่ตรงกลาง...
และอาจเป็นแหวนของดวงดาว”

-Sir William Herschel

ดาวฤกษ์ที่มีมวลใกล้เคียงดวงอาทิตย์ของเรา เมื่อแกนกลางใช้เชื้อเพลิงหมดจนไม่สามารถจุดปฎิกริยานิวเคลียร์ต่อไปได้ ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตขนาดของดาวจะขยายออกจนเกินกำลังที่ดาวจะยึดไว้ ผิวดาวและเนื้อสสารจะหลุดออกไปในอวกาศอันเวิ้งว้าง ทิ้งไว้แต่แกนคาร์บอนตรงกลางที่เรียกว่าดาวแคระขาว

ผิวดาวและสสารที่หลุดออกมานี้เรียกว่าเนบูล่าดาวเคราะห์หรือ Planetary Nebula ที่ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์แม้แต่น้อย ที่ได้ชื่อแบบนี้เพราะภาพที่เห็นจากกล้องดูดาวมักจะเป็นฝ้ากลมขนาดราวดาวเคราะห์ ในระยะแรกฟองกาซเนบูล่ายังเรืองแสงอยู่และจะขยายตัวออกไปเรื่อยๆ จนเย็นลงและจางหายไปในที่สุด

เอ็ม 57 หรือเนบูล่าวงแหวนเป็นตัวอย่างที่ดีของเนบูล่าดาวเคราะห์และมักเป็นออบเจคแรกๆที่นักดูดาวมือใหม่มองหา คนแรกที่พบเป็นนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Antonio Darquier ด้วยกล้องดูดาวขนาด 3 นิ้วในปี 1779 ก่อนหน้าแมสซายเออร์เพียงไม่กี่วัน วิลเลี่ยม เฮอเชลล์เป็นคนแรกที่มองเห็นเป็นวงแหวน

เนบูล่าวงแหวนอยู่ราวครึ่งทางจากดาวเบต้าไปแกมม่าไลเรในกลุ่มดาวพิณ ทั้งคู่เป็นดาวที่สว่างทำให้หาไม่ยาก กล้องดูดาวขนาด 3-4 นิ้ว ที่กำลังขยายต่ำจะมองเห็นเหมือนดาวที่ไม่ได้โฟกัส หากเพิ่มกำลังขยายจะเริ่มเห็นวงแหวนสีเทาขนาดจิ๋วที่สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนที่เห็น สำหรับกล้องสองตาถือว่าเป็น Challage object

ปลายกันยายนผมมีจังหวะได้ดูเอ็ม 57 อีกครั้งหลังในรอบหลายปี ฟ้ามีเมฆมาจากทางทิศใต้มีฟ้าแลบให้เห็นเป็นระยะ ตรงกลุ่มดาวพิณฟ้ายังเปิดอยู่ ผมมองไม่เห็นสัญญาณของเอ็ม 57 ในกล้องเล็ง ภาพจากกล้องดูดาวขนาด 8” ที่กำลังขยายต่ำเอ็ม 57 เหมือนดาวที่โฟกัสไม่ชัด

เมื่อเปลี่ยนกำลังขยายเป็น 133 เท่า เอ็ม 57 สว่างเด่นท่ามกลางหมู่ดาว เป็นวงรีที่มีขอบหนาและสว่างกว่าพื้นที่ตรงกลาง ขอบที่หนานั้นจะเปิดปลายทั้งสองข้าง ฝั่งทางเหนือจะสว่างกว่า สิ่งที่แปลกใจคือตัวเนบูล่ามีสีเทาอมเขียวนิดหน่อย ต่างกับสีขาวของดาวใกล้เคียง ได้ลองกรอกตาและขยับกล้องหลายครั้งก็ยังมองเห็นเป็นสีเทาอมเขียวเหมือนเดิม

มีบางจังหวะที่มองเห็น Central Star ด้วยการมองเหลือบ แต่ผมไม่ยืนยันว่าเป็น Central Star ของเอ็ม 57 ที่สว่างราวแมกนิจูด 15 อีกทั้งเป็น Challanging และเป็นที่ถกเถียงตามเวบบอร์ดต่างๆ ผมก็ไม่คิดว่าจะมองเห็นได้จากกล้องดูดาวตัวที่ใช้อยู่

แต่ว่าคืนนั้นผมยังสามารถเห็นสีของเนบูล่า ก็เป็นไปได้ว่า Central Star นั้นอาจจะมองเห็นจริงก็เป็นไปได้


คลิกภาพเพื่อขยาย


Name: Ring Nebula
Catalog number: Messier57, NGC6720
Type: Planetary Nebula
Constellation: LyraVisual Magnitude: +8.8
Apparent Size: 1.4’x1.1’
Distance: 2300 ly
R.A. 18h 54m 18.95s
Dec. -33° 03’ 12.4”

อ้างอิง
Robert Burnham, Burnham’s Celestial Handbook
วิภู รุจิโรปการ, เอกภพ

EHT สำรวจสนามแม่เหล็กหลุมดำทางช้างเผือก

       ภาพใหม่จากกลุ่มความร่วมมือกล้องโทรทรรศน์ขอบฟ้าสังเกตการณ์ ได้เผยให้เห็นสนามแม่เหล็กที่รุนแรงและเป็นระเบียบรอบๆ ขอบของหลุมดำมวลมหาศาล ...